คู่มือตั้งค่าขั้นสูง
AI Text
MCSV Guide

ตั้งค่าขั้นสูง

Build, Java, JVM flags, Custom JAR, Icon, Background, Transfer node

เปิดเมนู “ตั้งค่า” ของเซิร์ฟเวอร์เพื่อเปลี่ยนเวอร์ชัน, Build, Java, JVM Flags และย้าย Node ตัวเลือกที่เห็นขึ้นอยู่กับประเภทเกมและสิทธิ์ของบัญชี

เปลี่ยนเวอร์ชัน

ขึ้นหรือลงเวอร์ชัน Minecraft โดยโลกและปลั๊กอินยังอยู่

อัปเดต Build

เลือก Build ที่ระบบรองรับสำหรับเซิร์ฟเวอร์ของคุณ

Java version

เลือก Java ให้ตรงกับ Minecraft และ Mod loader

JVM Flags

ปรับค่าการทำงานและหน่วยความจำของ Java

ย้าย Node

ย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปยัง Node ที่รองรับและมีทรัพยากรว่าง

ตัวเลือกในหน้าตั้งค่า

  • Game config · แก้ค่าเกมผ่านฟอร์ม แล้วบันทึก ค่าที่ต้องเริ่มเซิร์ฟเวอร์ใหม่จะมีผลหลังเปิดใหม่
  • Custom JAR · ใช้ไฟล์ JAR ของคุณเองสำหรับประเภทเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ ระบบอ่านเวอร์ชัน Minecraft จากไฟล์แล้วปรับเวอร์ชันและ Java ของเซิร์ฟให้ตรงเอง
  • รูปและพื้นหลัง · เปลี่ยนภาพที่แสดงบนหน้าจัดการเซิร์ฟเวอร์
  • รายชื่อเซิร์ฟเวอร์สาธารณะ · ตั้งค่าการแสดงเซิร์ฟเวอร์ในหน้ารายชื่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้เล่นค้นหาได้

เปลี่ยนเวอร์ชัน Minecraft

ใช้ได้กับ Paper, Purpur, Leaf, Leaves, Folia, Vanilla, เซิร์ฟที่เปิด Bedrock crossplay และ Velocity กด “เปลี่ยนเวอร์ชัน” ในการ์ดเวอร์ชันของหน้าตั้งค่า เลือกเวอร์ชัน แล้วอ่านคำเตือนก่อนยืนยัน ระบบปิดเซิร์ฟและสำรองไฟล์ทั้งหมดให้ก่อนเปลี่ยนทุกครั้ง โลก ปลั๊กอิน และ config ไม่ถูกลบ

  • ขึ้นเวอร์ชัน · โลกจะถูกแปลงเป็นรูปแบบใหม่ตอนเปิดครั้งแรก ย้อนกลับได้ด้วยการกู้ชุดสำรองเท่านั้น ปลั๊กอินที่ยังไม่รองรับเวอร์ชันใหม่อาจโหลดไม่ขึ้น
  • ลดเวอร์ชัน · ตัวเลือกที่ต่ำกว่าเวอร์ชันที่ใช้อยู่เป็นสีแดง ต้องกดยอมรับความเสี่ยงก่อน โลกที่เคยเปิดด้วยเวอร์ชันใหม่กว่าจะเปิดไม่ขึ้น ให้กู้ชุดสำรองที่ทำตอนใช้เวอร์ชันนั้นแทน
  • Custom JAR · ถ้าใช้ server.jar ที่อัปโหลดเอง ไฟล์นั้นจะถูกแทนที่ด้วยไฟล์ของระบบ
ชุดสำรองที่ระบบทำให้ชื่อขึ้นต้นด้วย [mcsv-safety] กู้คืนได้จากหน้า Backup ถ้าผลไม่เป็นอย่างที่คิด Forge, NeoForge, Fabric และ Modpack ยังต้องเปลี่ยนเวอร์ชันผ่านหน้า ติดตั้งใหม่

ย้าย Node

ใช้บัญชีเจ้าของเซิร์ฟเวอร์ แจ้งผู้เล่นแล้วหยุดเซิร์ฟเวอร์ให้เป็นออฟไลน์ เปิดตั้งค่าและกด “ย้าย Node” สำหรับ Minecraft Java ที่ไม่ใช่ Modpack การ์ดนี้อยู่ในส่วน “ขั้นสูง”

ปุ่ม “ย้าย Node” ในหน้าตั้งค่าปัจจุบัน
Backup เดิมจะหายทั้งหมดหลังย้ายเสร็จ และเซิร์ฟเวอร์จะใช้งานไม่ได้ระหว่างย้าย
1

เลือกปลายทาง

เลือก Node ที่ระบบแสดงว่าย้ายได้ อ่านข้อควรรู้ แล้วกด “ยืนยันการย้าย”
2

ยืนยันอีกครั้ง

ตรวจชื่อเซิร์ฟเวอร์และ Node ปลายทาง ติ๊กยอมรับผลกระทบ แล้วกด “ยืนยันและย้ายทันที”
3

ตรวจสอบหลังย้าย

รอให้ระบบย้ายเสร็จ ตรวจ Node และที่อยู่เข้าเกมใหม่ จากนั้นเปิดเซิร์ฟเวอร์เมื่อพร้อมและลองเข้าเกม
ตัวอย่างการย้ายจาก SV7 ไป SV8 ตรวจชื่อเซิร์ฟเวอร์และปลายทางของคุณก่อนยืนยัน
หากไม่มีปลายทางที่เลือกได้ ติดเวลารอย้าย หรือไม่เห็นปุ่มย้าย ให้ เปิด Ticket พร้อมแจ้งชื่อเซิร์ฟเวอร์

ก่อนเปลี่ยน Build, Java หรือ Custom JAR

สำรองข้อมูลก่อนเปลี่ยน ตรวจความเข้ากันได้ของเกมและปลั๊กอินหรือ Mod หลังเปลี่ยนให้เปิดเซิร์ฟเวอร์ใหม่แล้วตรวจ Console ว่ามีข้อผิดพลาดหรือไม่

Java หรือ JAR ที่ไม่ตรงกับเกมอาจทำให้เซิร์ฟเวอร์เปิดไม่ติด หากไม่แน่ใจให้สอบถามทีมงานก่อนเปลี่ยน